รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ
Spread the love

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ ขณะที่ ศอ.บต. เตรียมเปิดเวทีระดมความคิดเห็น เพื่อสร้างโอกาสให้กับจชต. เร็ว ๆ นี้

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ
วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2565) ที่ ห้องประชุม ศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 3 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม กำหนดทิศทางแนวทางการดำเนินการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และนายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (ระบบ Zoom)

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่า เป็นการจัดประชุม เพื่อหารือภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเยือน ในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่าง 2 ประเทศ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี โดยได้มีการหารือความร่วมมือ และเตรียมฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบียให้เข้าสู่ภาวะปกติและแน่นเฟ้นยิ่งขึ้นตามลำดับ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามกรอบนโยบาย และแผนความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทั้ง 9 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการท่องเที่ยว ด้านพลังงาน ด้านแรงงาน ด้านอาหาร ด้านสุขภาพ ด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา และศาสนา ด้านการค้าและการลงทุน ตลอดจนด้านกีฬา

ด้านพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยที่ทำให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นปกติตามเดิม เนื่องจากประชากรในพื้นที่ จชต. โดยส่วนใหญ่เป็นพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม (คิดเป็นร้อยละ 80) โดยศาสนา ความเชื่อ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของพี่น้องในพื้นที่ ฯ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยและซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากในแต่ละปีมีพี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ กว่า 8,000 คน รวมถึงการเดินทางไปประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก แต่ในห้วงที่ผ่านมามีสถานการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ประชาชนต้องเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยกว่า 4,000 คน เนื่องด้วยอัตราการเรียกเก็บภาษีของซาอุดิอาระเบียที่สูงขึ้น ศอ.บต. ได้มีการติดตามให้ความช่วยเหลือในการสนับสนุนการใช้ภาษาไทยแก่บุตรหลานของแรงงานไทยในซาอุดิอาระเบียที่เดินทางกลับมายังมาตุภูมิเนื่องจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวนกว่า 1,200 ราย ทั้งยังเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะกลับไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ศอ.บต.จะดำเนินการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้มีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น นำร่องให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการขยายพื้นที่และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ซาอุดิอาระเบีย

ทั้งนี้ ศอ.บต. เตรียมจัดสัมมนา และระดมความคิดเห็น “โอกาส ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศไทย ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ ของความสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบีย โดยสมบูรณ์” ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ณ มหาวิทยาลัยฟาฎอนี ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบระดมความคิดเห็นและจัดทำเป็น Focus Group ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน ผู้แทนภาคประชาสังคม และประชาชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันและเชื่อมโยงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ซาอุดิอาระเบีย และครอบคลุมในทุกมิติ และเตรียมเสนอต่อกระทรวงการต่างประเทศทราบต่อไป

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts

Verified by ExactMetrics